The House On The Rock......so amazing!!!!!!

25 สิงหาคม 2005
วันนี้นัดกับเพื่อนๆ มี กอล์ฟ พี่คูณ นิดา หญิง แล้วก็ โจ๊ก ว่าจะไปเที่ยวกันโดยจุดหมายที่เราจะไปก็คือ The house on the rock ที่ Wisconsin ซึ่งอยู่ทางเหนือของรัฐ Illinois การเดินทางครั้งนี้เราไปเช่ารถ Ford รุ่น Explorer มาใช้กันเพื่อที่จะได้เดินทางไกลและจะได้นั่งกันได้สบาย โดยที่พี่คูณกับโจ๊ก เป็นคนขับรถ คร่าวๆมาว่า สถานที่แห่งนี้เป็นบ้านของคนรวยคนหนึ่ง แต่หลังจากที่เค้าเสียชีวิตก็มอบบ้านหลังนี้ให้เป็นสมบัติของเมือง ดังนั้นที่ Wisconsin ก็เลยเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว (เก็บเงินค่าเข้าชมด้วย)
เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ก็มาถึงจุดหมาย ที่ทางเข้าเรื่อยไปจนถึงที่จอดรถก็ประมาณ 1 กม. เต็มไปด้วยต้นไม้ที่ขึ้นให้ความร่มเย็นแก่สถานที่แห่งนี้ สิ่งที่สะดุดตามากๆก็คือ สถาปัตยกรรม ที่ เป็นรูปทรงกลม และมีช่องยื่นออกมาไว้ปลูกดอกไม้ บางอันมีรูปมังกรเกาะอยู่ และ บางอันก็เป็นกิ้งก่าเกาะอยู่ ซึ่งสถาปัตยกรรมนี้ก็มีเรื่อยไปตามข้างทางตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึงที่จอดรถเช่นกัน
หลังจากที่ได้เข้าไปในตัวบ้านแล้ว ก็ทำให้ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมมาว่า บ้านหลังนี้ถูกแบ่งออกเป็นทั้งหมด 28 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องก็จะเป็นห้องที่มีของมีค่ามากมาย รวมทั้งของสะสมต่างๆด้วย เช่น
ห้องสวนสนุก เป็นห้องที่มีม้าหมุนขนาดเท่าที่มีอยู่ในสวนสนุก (คิดดูละกันว่าจะเป็นห้องที่ใหญ่ขนาดไหน) ในห้องนี้ก็เป็นห้องมืดๆ จะมีก็เพียงแสงไฟจากตัวเตรื่องเล่นม้าหมุนเท่านั้นเอง และมีเสียงดนตรีที่ทำให้เราได้รู้สึกว่าเราได้มาสวนสนุกจริงๆอีกด้วย
ห้องที่เกี่ยวกับทะเล ก็จะมี รูปปั้นปลาวาฬที่กำลังดิ้นรนให้รอดพ้นจากการถูกรัดจากปลาหมึกยักษ์ ถ้าพูดแค่นี้อาจจะรู้สึกว่ามันก็เป็นรูปปั้นธรรมดาเท่านั้น แต่ไม่ใช่เลยเพราะรูปปั้นนี้สูงประมาณ 100 เมตร และ กว้างกว่า 60 เมตรเลยทีเดียว และยังมีอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการเดินเรือให้เราได้ชม รวมถึงรูป, ข้อมูล และโมเดลของเรือที่โด่งดังในสมัยก่อน ซึ่งแน่นอนว่าต้องมี Titanic รวมอยู่ด้วย
และยังมีห้องหลายห้องที่เป็นห้องที่มีอุปกรณ์ดนตรี ทั้งของยุโรป และ เอเชีย ซึ่งถ้าเราหยอดเหรียญลงไป เครื่องดนตรีก็จะเริ่มบรรเลงเพลงเองทันที ซึ่งแต่ละห้องก็เรียกได้ว่าเป็นวงดนตรีขนาดใหญ่มากเลยทีเดียว แต่ห้องดนตรีที่ถูกใจมากก็คงเป็นห้องดนตรีของชาวจีน ที่จะมีรูปปั้นซึ่งจะขยับมือที่ถือพัดอยู่ กลองก็จะตีเอง และมีรูปปั้นพระพุทธรูป รวมทั้งประดับประดาด้วยโคมไฟอย่างสวยงาม ซึ่งภาพโดยรวมของห้องจะออกมาโดยใช้สีแดงเป็นหลัก เรียกได้ว่าตระการตามากเลยทีเดียว และเพลงนั้นก็ฟังแล้วให้ความรู้สึกว่าเป็นเอเชียมากๆ อีกด้วย
แต่ในบรรดาห้องทั้งหมดนั้น ที่เป็นไฮไลต์จริงๆ ก็น่าจะเป็นห้องที่มีช่อว่า Infinity Room ซึ่งเป็นห้องสามเหลี่ยมที่ยื่นออกไป 218 feet นอกตัวบ้านที่ตั้งอยู่บนภูเขา และสูงจากพื้นดิน 156 feet เรียกได้ว่ายื่นออกไปยาวมากโดยที่มีเสาหินต้นเดียวรองรับเอาไว้เท่านั้นตัวผมเองก็ได้เดินเข้าไปที่ห้องนี้เหมือนกัน ระหว่างเดินไปก็หวาดเสียวไปเพราะเห็นต้นไม้อยู่ข้างล่างเต็มไปหมด และยอมรับว่าสูงมากๆ
นี่เป็นตัวอย่างเพียง 3 ห้อง เท่านั้นจาก 28 ห้องของ The house on the rock หลังนี้ เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับการเสียเงินเข้ามาชมจริงๆ ส่วนห้องอื่นๆนั้นก็น่าสนใจไม่แพ้กันเลยเช่น ห้องทีมีเครื่องมือหมักเล้าและไวน์ ห้องบ้านตุ๊กตา ห้องที่เก็บบอลลูนและรถโรสรอยล์ที่หุ้มไว้ด้วยหนังจระเข้ทั้งคัน ห้องที่เก็บของสลักทำจากงา ห้องที่เก็บชุดออกรบของอัศวิน เรียกได้ว่า ต้องใช้เวลากว่า 3 ชม. ในการเดินจนครบทั้ง 28 ห้องเลยทีเดียว ไม่ธรรมดาเลบจริงๆกับบ้านหลังนี้
ส่วนอารมณ์ที่ได้รับก็คือ ความอิ่มเอมที่ได้จ้องมองของมีค่าที่ตัวเจ้าของบ้านได้เก็บรวบรวมสะสมไว้ และ รวมถึงความเมื่อยที่ได้รับจากการเดิน อีกทั้งยัง สามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า “ขอเพียงมีเงิน อะไรก็ทำได้จริงๆ”
ส่วนรูปที่ถ่ายมานั้นเรียกว่าต้องรวบรวมจากเพือ่นๆเลยทีเดียวเพราะว่า กล้องผมตัวเดียวนั้นไม่พอเลยทีเดียวเพราะแบตเตอรี่นั้นหมดซะก่อน ที่จะถ่ายรูปได้ครบทุกห้อง เช่นเดียวกับกล้องของกอล์ฟที่แบตเตอรี่หมดก่อนเช่นกัน ส่วนกล้องของโจ๊กนั้นก็เรียกว่าเกลี้ยงเลยทีเดียว เพราะถ่ายไปตั้ง 360 รูป ยังเกือบไม่พอ……
ผมได้ซื้อหนังสือรูปภาพของ The house on the rock มาด้วย สนนราคาตั้ง $25 แหนะ แต่ก็คุ้มค่ามากๆเลย.........

